MENU

PTECH จ่อเพิ่มทุนเสนอขาย RO กว่า 183 ล้านหุ้น เสริมศักยภาพธุรกิจรองรับการเติบโต

 7 ม.ค. 2569 00:00

บมจ.พลัส เทค อินโนเวชั่น (PTECH) เตรียมเพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิมกว่า 183 ล้านหุ้น ในอัตรา 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาหุ้นละ 2.00 บาท เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดเป็นทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ พร้อมลดต้นทุนทางการเงิน ชำระหนี้บางส่วน ชงขออนุมัติผู้ถือหุ้น 3 ก.พ. 69


นายวิเลิศ อรวรรณวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลัส เทค อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTECH เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนระดมทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ให้สามารถเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจของบริษัทมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ทั้งจากธุรกิจเดิม คือ ผลิตบัตรเครดิต และผลิตบัตรพลาสติกประเภทต่างๆ รวมถึงให้บริการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลลงบนบัตร ซึ่งกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และธุรกิจใหม่รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing Services : EMS) ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มจำนวนมากในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ และลดต้นทุนทางการเงิน


สำหรับการการเพิ่มทุนครั้งนี้ PTECH จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 183,653,328.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 498,742,208.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 682,395,536.00 บาท ผ่านการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 183,653,328 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering : RO) ในอัตราส่วนการจัดสรร 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.00 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 367,306,656.00 บาท โดยผู้ถือหุ้นสามารถจองซื้อเกินสิทธิได้ เพื่อเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทอย่างเท่าเทียม ซึ่งบริษัทเตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 3 ก.พ. 2569 เพื่อขออนุมัติแผนดังกล่าว


“การเพิ่มทุนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์ รองรับการเติบโตของ PTECH โดยเงินระดมทุนจะช่วยยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจ เปิดทางสู่โอกาสใหม่ และเสริมเสถียรภาพทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหมาะสมกับแผนขยายกำลังผลิตในระยะ3 ปีข้างหน้า เพื่อให้ PTECH เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น” นายวิเลิศ กล่าว