MENU

ทีทีบี กำไรสุทธิ ปี 68 ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท หนี้เสียอยู่ในกรอบที่ 2.87%

 20 ม.ค. 2569 00:00

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) เผยผลประกอบการไตรมาส 4 และรอบ 12 เดือน ปี 2568 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 5,240 ล้านบาท ในไตรมาส 4 รวมเป็นกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ที่ 20,639 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2567 ด้านคุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดี อัตราส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 2.87% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูงที่ 152%


นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB (ทีทีบี) เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในภาพรวมถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ การรักษาระดับผลการดำเนินงานท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การดูแลคุณภาพสินทรัพย์ให้มีเสถียรภาพ การสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น และการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืน


ด้านผลการดำเนินงาน ธนาคารสามารถรักษาระดับผลกำไรได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20,639 ล้านบาทในปี 2568 เทียบกับ 21,031 ล้านบาทในปี 2567 หรือลดลงราว 2% เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติเพื่อชดเชยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า


โดยธนาคารมุ่งเน้นการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินในเชิงรุกเพื่อให้อัตราผลตอบแทนและต้นทุนทางการเงินมีความสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ใช้ศักยภาพด้านดิจิทัลยกระดับการนำเสนอโซลูชันทางการเงินให้กับลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยกระตุ้นทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ ลดลงจากปีก่อนเป็นผลสืบเนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ


ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารสามารถควบคุมหนี้เสียให้ทรงตัวที่ระดับ 39,000 ล้านบาท ได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 2.87% ซึ่งอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย เป็นผลจากการที่ธนาคารเน้นย้ำการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพและการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืน


ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูงที่ 152% สะท้อนนโยบายการตั้งสำรองฯ อย่างรอบคอบ โดยธนาคารยังคงตั้งสำรองฯ พิเศษเพิ่มเติมจากระดับปกติเพื่อรองรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น


สำหรับการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นตามแผน Capital Management สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (ปี 2568 - 2570) วงเงิน 21,000 ล้านบาท รวมถึงความคืบหน้าของแผนการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) และดีลบริษัท ที ลิสซิ่ง จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการในกลุ่มลูกค้า Ecosystem ของธนาคาร ตามแนวทางการสร้างการเติบโตจากภายนอก หรือ Inorganic growth


ที่สำคัญเช่นกัน ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยธนาคารยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบางและลูกค้าประวัติดีผ่านหลากหลายโครงการ เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 77,500 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อราว 41,000 ล้านบาท ด้านโครงการ “รวบหนี้” มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 68,240 ราย เพิ่มขึ้นจาก 37,470 รายในปีที่แล้ว และสามารถช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยไปได้กว่า 2,840 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “ผ่อนดี มีรางวัล” สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี ซึ่งมีลูกค้าเข้าร่วมคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท


ทั้่งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารสินเชื่ออยู่ที่ 1,205 พันล้านบาท ค่อนข้างทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.6% จากไตรมาส 3 ปี 2568 (QoQ) แต่ยังคงชะลอลง 2.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 (YTD) สะท้อนผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ภายใต้แนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ธนาคารสามารถเติบโตสินเชื่อกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง นำโดยสินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อเล่มแลกเงิน สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต หนุนโดยกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพภายใต้ Ecosystem ของธนาคาร ได้แก่ กลุ่มคนมีบ้าน คนมีรถ พนักงานเงินเดือน และลูกค้า Wealth