
Gulf Edge จับมือ Google Cloud ขับเคลื่อนบริการ “Sovereign - Agentic AI” ดันไทยสู่ยุค AI
22 ม.ค. 2569 00:00
บริษัท กัลฟ์ เอ็ดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ในเครือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยกระดับการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มตัว
โดย Gulf Edge จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือ รวมถึง AIS ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ขั้นสูง มุ่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการส่งมอบบริการ Sovereign AI ที่มีความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล ผสมผสาน Agentic AI ที่มีความฉลาดในการจัดการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคธุรกิจไทย
ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นต่อยอดจากการขยายการเข้าถึงบริการ Google Distributed Cloud (GDC) แบบ Air-gapped ภายในประเทศ โดยจะผสานความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Gulf Edge เข้ากับโครงข่ายที่ครอบคลุมของ AIS และเทคโนโลยี AI แบบครบวงจรของ Google Cloud เพื่อผลักดันให้องค์กรทุกขนาดในอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านคลาวด์และ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่า การขยายความร่วมมือกับ Google Cloud ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI อย่างแท้จริง GULF ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยี Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัยสูงสุด และ Agentic AI ที่ชาญฉลาด มาปรับใช้ในธุรกิจของเราและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
ความร่วมมือนี้จะช่วยจุดประกายการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย ทั้งการสร้างบุคลากรที่มีทักษะแห่งอนาคต และการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สอดรับกับเทรนด์ AI โลก การนำจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานของกัลฟ์ มาผสานกับเทคโนโลยีระดับโลกจาก Google จะช่วยปลดล็อกศักยภาพให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าถึง AI ซึ่งไม่เพียงแต่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP และเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ก้าวสู่ยุคใหม่แห่ง Agentic AI ผ่านการผสานข้อมูลและอัจฉริยภาพทางเทคโนโลยี
หัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง Google Cloud และ Gulf Edge โดยมี AIS เป็นทั้งองค์กรต้นแบบและพันธมิตรในระบบนิเวศ คือการสร้างแพลตฟอร์ม Agentic AI ยุคใหม่ที่สามารถรวบรวมข้อมูลเครือข่ายและการดำเนินงานที่มีอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประสิทธิภาพเครือข่ายแบบเรียลไทม์ หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การนำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการภายใต้สภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัยและยืดหยุ่น จะช่วยเร่งการส่งมอบ AI Agents ไปทั่วทั้งองค์กรผ่าน Gemini Enterprise ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าระบบอัตโนมัติทั่วไป สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน พร้อมทั้งยกระดับการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ AIS ที่มุ่งยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าสู่มาตรฐานใหม่ในทุกช่องทางบริการ ผ่านการนำ AI Models และโซลูชั่นคลาวด์ชั้นนำของ Google มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน myAIS หรือศูนย์บริการลูกค้าที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI นอกจากนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้พนักงานทำงานได้คล่องตัวขึ้น ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะที่ช่วยจัดการงานประจำให้โดยอัตโนมัติ ทำให้พนักงานสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลลูกค้าในส่วนที่สำคัญและมีความซับซ้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่รวดเร็ว ตรงใจ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างชาญฉลาด

เร่งสร้างนวัตกรรมทั่วประเทศด้วย Sovereign AI และ Agentic AI
ความร่วมมือที่ขยายขอบเขตขึ้นในครั้งนี้ ได้วางบทบาทให้ Gulf Edge เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการบุกเบิกตลาด (Go-to-market partner) ในการผลักดันการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี Agentic AI ระดับองค์กร อาทิ Gemini Enterprise รวมไปถึงการให้บริการ Sovereign Cloud ที่มีอธิปไตยทางข้อมูล ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมควบคู่ไปกับการตอบโจทย์ด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ (Data Residency) สำหรับอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบควบคุมเข้มงวดส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเต็มที่ โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจะถูกจัดเก็บและดูแลอยู่ภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของประเทศ
นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะร่วมกันจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกและการนำไปปรับใช้งานจริงภายใน Gulf Edge โดยศูนย์แห่งนี้จะพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Innovation Blueprints) เฉพาะทางสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และการผลิต ซึ่งจะเป็นโครงร่างทางเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงบนระบบของ Google Cloud เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การยกระดับทักษะผู้เชี่ยวชาญในศูนย์ความเป็นเลิศนี้จะเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยเริ่มจากกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ก่อนจะขยายผลไปสู่การส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้างแก่องค์กรทุกขนาดทั่วประเทศไทย
นายคาร์ธิก นาเรน (Karthik Narain) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ Google Cloud กล่าวว่า AI คือโอกาสครั้งสำคัญที่สุดแห่งยุคที่จะพลิกโฉมทั้งวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราภูมิใจที่ได้ผนึกกำลังกับ Gulf Edge เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาสังคมไทยก้าวสู่อนาคตดิจิทัลอย่างเต็มตัว เรามุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพให้ทุกองค์กรในประเทศไทยมีความคล่องตัว พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน และเปลี่ยนไอเดียที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด