MENU

“บลูบิค” กางแผนปี 69 รุกตลาดใหม่ ตั้งเป้าทำนิวไฮโต 20% พร้อมจัดทัพองค์กรปั้นบริษัทลูกขายหุ้น IPO

 28 ม.ค. 2569 00:00

บมจ.บลูบิค กรุ๊ป (BBIK) เปิดแผนธุรกิจปี 69 วาง 3 กลยุทธ์หลัก มุ่งยกระดับศักยภาพการดำเนินงานรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ รุกตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อปูทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจผลงานทำนิวไฮ เติบโตได้อีก 20% สวนทางเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ แบ่งกลุ่มบริษัทลูกใหม่ คาดชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์นี้ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความคล่องตัวการบริหารงาน ก่อนจะขายหุ้น IPO ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ


นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK กล่าวว่า นับจากปี 2569 เทคโนโลยีจะเปลี่ยนบทบาทจากปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไปเป็นโครงสร้างหลัก (Core Infrastructure) ของการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านดิจิทัลเชิงโครงสร้างและมองภาพระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI เพราะองค์กรที่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีและ  AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะที่องค์กรที่ปรับตัวล่าช้ามีแนวโน้มเผชิญข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว


“เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นโครงสร้างหลักของการดำเนินธุรกิจแล้ว การยกระดับองค์กรในระยะถัดไปจะเข้าสู่กระบวนการสร้างและเชื่อมต่อ Digital Ecosystem ที่ผสานข้อมูล เทคโนโลยี บุคลากร และการทำงานข้ามภาคส่วน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ความซับซ้อนของเทคโนโลยีและขอบเขตของเครือข่ายดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาด้านดิจิทัลยังคงเป็นกระแสหลักที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน ประกันภัย ค้าปลีก การสื่อสาร สุขภาพ รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ ด้วยเหตุนี้ บลูบิค จึงมุ่งมั่นกับการเตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อรองรับทิศทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สนับสนุนให้องค์กรลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านองค์กรได้อย่างราบรื่นและเป็นรูปธรรม” นายพชร กล่าว


นายพชร กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในปี 2569 BBIK จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการดำเนินงาน โดยปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่จะเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานระบบคลาวด์ การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อกับ AI รวมถึงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ของบลูบิค แบ่งออกเป็น 3 แกนกลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและตอกย้ำความเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโกลบอล ได้แก่


1. Client Value & Marketing Innovation : กลยุทธ์ Upsell และ Cross-sell ขยายการให้บริการกับลูกค้ารายเดิม พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ อาทิ ภาครัฐ ธุรกิจการศึกษา สุขภาพ และพลังงาน รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การพัฒนาบริการและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ AI, Cloud Computing และความยั่งยืน (Sustainability)


2. Operational Excellence & Scalable Growth : ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีมาตรฐานและคล่องตัวมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงาน 10% ในปีนี้ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำ AI มาใช้ทั้งในกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน


3. Strategic Expansion & Long-Term Growth : วางรากฐานการเติบโตในระยะยาวด้วยการเสริมแกร่งการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ กลยุทธ์ขยายตัวผ่านM&A และการเตรียมความพร้อมโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และรองรับการลงทุนและโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต


“การเติบโตอย่างต่อเนื่องของบลูบิคกว่าทศวรรษที่ผ่านมา และความไว้วางใจจากลูกค้าที่สะท้อนผ่านสัดส่วนลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 80% ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าแผนธุรกิจในปี2569 จะสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ตามเป้าหมาย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพชร กล่าว


นายพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้บริษัทได้เตรียมการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหม่ ด้วยการจัดกลุ่มกิจการต่างๆ ที่เคยซื้อกิจการให้มีความเหมาะสม เน้นการรวบรวมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Digital Implementation ซึ่งจะมีความชัดเจนและได้ข้อสรุปภายใน 3 สัปดาห์นี้ โดยดำเนินการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เพื่อลดความซับซ้อนและเตรียมพร้อมในการขยายธุรกิจรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้น รวมทั้งเตรียมแผนรองรับที่จะนำบริษัทลูกเข้าระดมทุนเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป