
กกร.ห่วงงบประมาณล่าช้ากดดันจีดีพี แนะรัฐบาลใหม่มุ่งแก้ปัญหายั่งยืน - เดินหน้า Reinvent Thailand
4 ก.พ. 2569 00:00
กกร. คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 69 ที่ 1.6 - 2.0% แต่มีแนวโน้มต่ำกว่า 2% จากความเสี่ยงเพิ่มเติมความล่าช้าของงบประมาณปี 70 จับตาเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาลราบรื่น หวังรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนมากกว่าประชานิยม เดินหน้า Reinvent Thailand
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กกร.ยังคงกรอบประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6 - 2.0% เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม มีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการจัดทำงบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า โดยล่าสุด สศค. คาดการณ์การใช้จ่ายภาครัฐจะลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการลงทุน ขณะที่ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ระบุมีการเบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว จำนวน 176,655 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.57 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ที่กำหนดไว้ร้อยละ 26 สะท้อนถึงความล่าช้าในการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐ
ขณะเดียวกัน กกร. แสดงความกังวลต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ส่วนใหญ่ที่มักให้ความสำคัญกับนโยบายประชานิยมและการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก มากกว่าการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงขาดนโยบายในการสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองควรตระหนักถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางนโยบายการคลัง (Fiscal Space) จากระดับหนี้สาธารณะที่ปรับสูงขึ้น โดย ณ เดือนธันวาคม 2568 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12.45 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.09 ต่อ GDP ซึ่งเข้าใกล้กรอบวินัยการคลังที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ต่อ GDP ทำให้การกำหนดนโยบายด้านการใช้จ่ายมีข้อจำกัดมากขึ้น
ทั้งนี้ เห็นว่าการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรทางการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเสริมสร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ ผ่านการเพิ่มผลิตภาพของภาคการผลิต การยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ สามารถรองรับความผันผวนในอนาคต และเติบโตได้อย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับ spirit ของ Reinvent Thailand
"กกร. มุ่งหวังให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ปรับลดกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน และการเข้าสู่ระบบของ SMEs ให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand และสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย"

3 เดือนรัฐบาลใหม่อยากเห็น?
สำหรับในช่วง 3 เดือนแรกของรัฐบาลใหม่ นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปัญหาของเรามีค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่สูงมาก ปัญหาสินค้าทะลักทำให้ผู้ประกอบการไทยไปต่อไม่ได้ เงินบาทที่แข็งค่าผิดปกติ ทุนเทา และคอร์รัปชั่น และสุดท้ายอยากจะให้มีการดูแลแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนมากกว่าการใช้ประชานิยมที่มาก ดังนั้น เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำนั้นมีค่อนข้างมาก
"ถ้าพูดถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเปราะบาง กลุ่มที่เปราะบางมากสุดก็คือ เอสเอ็มอี รวมถึงภาคการบริโภค แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องมาพร้อมกับกับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงการเพิ่มรายได้ และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นสิ่งที่ต้องทำคู่ขนานกันไป ขณะเดียวกัน ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่สำคัญ หากอายุของรัฐบาลสั้นนโยบายหรือมุมมองก็สั้นไปด้วย ไม่ได้มองในเรื่องระยะปานกลาง ระยะยาว การแก้ปัญหาก็ไม่มีเสถียรภาพไปด้วย ดูอย่างรัฐบาลชุดนี้ที่จะมา 4 เดือนก็นับว่าสั้นอยู่แล้ว เอาเข้าจริง 2 เดือนกับอีก 1 สัปดาห์เอง จึงอยากการเลือกตั้งต่อเนื่องไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น"

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า อยากจะให้รัฐบาลหาคนทำงานที่มีความรู้ความสามารถในส่วนงานนั้นๆอย่างแท้จริงมาดูแล ไม่ใช่การแต่งตั้งตามโควต้าแต่พรรคเท่านั้น เพราะประเทศเราขณะนี้มีปัญหามาก หากตั้งมาเพราะเป็นโควต้าแล้วทำงานไม่ได้ เราก็จะลำบากกันแล้ว แล้วอุปสรรค - ขั้นตอนต่างๆที่มีปัญหาในการดำเนินธุรกิจก็ขอให้รีบแก้ไข ในทางกลับกันส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วก็อย่าไปรื้อควรสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป อย่างกรณีของ Reinvent Thailand เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นในภาวะเช่นนี้ แต่ทำอย่างไรจะให้มาตรการดังกล่าวเชื่อมต่อกับมาตรการระยะปานกลาง และระยะยาวเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้ท่ามกลางทร้พยากรสาธารณะที่มีจำกัด รวมถึงการแก้ไขปัญหา - กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่
"อยากจะเน้นในเรื่องของทรัพยากรที่จำกัด เนื่องจากหนี้สาธารณะที่ใกล้จะแตะเพดานทำให้เราต้องระมัดระวังที่จะถูกปรับลดอันดับเครดิตประเทศ หากยังใช้งบประมาณโดยไม่ระมัดระวังอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะต้องหาวิธีที่จะยันเอาไว้ให้ได้เพื่อไม่ให้โดนลดอันดับเครดิต ไม่ใช่คิดว่าหากโดนแล้วจะทำอย่างไร"




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด