
ไทยยูเนี่ยน ยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&P Global Sustainability Yearbook
19 ก.พ. 2569 00:00
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับรางวัล “S&P Global Sustainability Yearbook 2026” โดยผลคะแนนของบริษัทอยู่ในระดับ Top 1% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า และนับเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของไทยยูเนี่ยนจากการประเมินความยั่งยืนระดับองค์กรโดย S&P Global ประจำปี 2568 (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ที่มีความครอบคลุมและได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับสากล
โดยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นในระดับผู้นำอุตสาหกรรมของไทยยูเนี่ยนนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานและการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (human rights due diligence) และการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม

นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า “การได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารใน S&P Global Sustainability Yearbook ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเราภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้ถูกบูรณาการอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่า นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ มีบริษัทมากกว่า 9,200 แห่งทั่วโลกที่ได้รับเชิญให้เข้ารับการประเมิน และมีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ลงในรายงานจำนวน 848 แห่ง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร มีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 30 แห่ง จากบริษัทที่เข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 241 แห่ง ซึ่งรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook มาอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ได้วางกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการสนับสนุนความสมบูรณ์ของมหาสมุทรในระยะยาว เพื่อช่วยสร้างอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจและส่งมอบคุณค่าในระยะยาว
ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับผลการประเมินด้าน ESG และมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ที่บริษัทได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ อาทิ คะแนน FTSE Russell ESG ที่ 4.3 จาก 5 คะแนน ผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ AA และคะแนนการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศจาก CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A-
ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนเคยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry Index) ของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI มาแล้วถึง 4 ครั้ง ในปี 2561, 2562, 2565 และ 2567




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด