MENU

SABINA โชว์ผลงานปี 68 รายได้รวม 3,338 ล้านบาท บอร์ดใจป้ำจ่ายปันผล 1.18 บาท

 20 ก.พ. 2569 00:00

บมจ.ซาบีน่า (SABINA) ประกาศผลงานปี 68 รายได้รวม 3,338 ล้านบาท ลดลง 6.9% กำไรสุทธิ 410 ล้านบาท ลดลง 11.5% ด้านบอร์ดใจป้ำไฟเขียวจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ ในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท กำหนดจ่ายวัน ที่ 19 พ.ค. 69


นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 (มกราคม ถึงธันวาคม) บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,338.9 ล้านบาท ลดลง 248.1 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 6.9% จากระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยกำไรสุทธิ 410.8 ล้านบาท ลดลง 53.6 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 11.5% ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม ถึงธันวาคม) ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 841.0 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6.0% และกำไรสุทธิ 110.7 ล้านบาท ลดลง 2.5% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในปี 2568 อยู่ที่ 51.5%


ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงวด 1 ปี ประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.18 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.58 บาท คงเหลือการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569


"ปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าที่เราคาดการณ์ และอาจจะดีกว่าที่สำนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดไว้ มาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีแรงส่งต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลังจากการควบรวมโรงงานบุรีรัมย์กับโรงงานยโสธร ทำให้โครงสร้างทางการเงินของ SABINA มีความแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะรองรับกับปัจจัยท้าทายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย เสถียรภาพทางการเมือง ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนภัยธรรมชาติ ที่สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง” นางสาวดวงดาว กล่าว


ในปี 2568 ที่ผ่านมา ช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 9% ของรายได้ทุกช่องทาง จากเดิมที่อยู่ในระดับ 6 - 7% เป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 50.3% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เนื่องจากสินค้าที่รับจ้างผลิตเป็นสินค้าที่มีมาร์จินสูง ส่วนช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งยังครองสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 57% เติบโตลดลง 13.8% และช่องทางไม่มีหน้าร้าน (Non Store Retailing หรือ NSR) ที่มีสัดส่วน 34% เติบโตลดลง 3.2%


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมา SABINA ยังเดินหน้าออกคอลเลคชั่นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งคอลเลคชั่นที่เป็นความร่วมมือหรือคอลแลบกับแบรนด์ไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทยของ SABINA รวมถึงการนำเสนอสินค้าในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น นอกเหนือไปจากชุดชั้นในซึ่งเป็นสินค้าหลัก ยังขยายไปสู่สินค้าอื่นๆ ทั้งชุดนอน ชุดลำลอง ชุดว่ายน้ำ รวมถึงการขยายไลน์ผลิตชุดชั้นในชายเป็นครั้งแรก และตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่ผ่านมา SABINA ยังขยายไลน์สินค้าไปสู่ชุดออกกำลังกาย ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก


“ปีนี้น่าจะมีคอลเลคชั่นสนุกๆ ออกมาให้ได้เซอร์ไพร์ส ทั้งการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ และทั้งสินค้าในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าของ SABINA ให้มากกว่าชุดชั้นใน รวมถึงสินค้าในกลุ่มยั่งยืน (Sustainable Products) ตามแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของ SABINA ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำตลาดในฟิลิปปินส์ในปีนี้ ก็เชื่อว่าจะมีสีสันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม SABINA ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้หลักความระมัดระวังและรอบคอบ ท่ามกลางปัจจัยที่ต้องยอมรับว่ายังมีความไม่แน่นอน เราจึงมีเป้าหมายหลักในการรักษาการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น ที่สะท้อนความสามารถในการทำกำไร” นางสาวดวงดาว กล่าว