
เบทาโกร โชว์ปี 68 กำไร 6,684 ล้านบาท พุ่ง 171.0% พร้อมจัดงบลงทุนขยายกิจการเพิ่ม 5.3 พันล้าน
25 ก.พ. 2569 00:00
บมจ.เบทาโกร (BTG) เปิดผลงานปี 68 กวาดรายได้รวมเกือบ 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% กำไรสุทธิ 6,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171% จากการปรับพอร์ตเพิ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทาน ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวเพิ่มขึ้น พร้อมจัดสรรวงเงินลงทุนขยายกิจการกว่า 5,300 ล้านบาท
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการดำเนินงานตามแผนอย่างมีวินัย การปรับพอร์ตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ และการมุ่งเน้นการเติบโตที่สร้างผลตอบแทนมากขึ้น
โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.0% จาก 2,466.2 ล้านบาท ในปีก่อน และรายได้รวมเติบโต 7.0% เป็น 122,950.3 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.9% จาก 13.5% ของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการปรับพอร์ตสินค้าให้ทำกำไรได้มากขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
“ปี 2568 เป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่วัดผลได้ชัดเจน โดยเราสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้มากขึ้น สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มคุณภาพพอร์ตสินค้าได้ดีขึ้น เป้าหมายของเรายังคงชัดเจน นั่นคือ การดำเนินงานตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น”
นายวิสิษฐ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทานเพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวและเพิ่มเสถียรภาพของกำไร
นอกจากนี้ ยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้จากกลุ่มลูกค้า Foodservice และโมเดิร์นเทรดเติบโต 19.5% จากปีก่อน โดยช่องทางเหล่านี้ให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าและมีความต้องการที่มั่นคงกว่า ซึ่งช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเติบโต 21.1% เทียบกับปีก่อน จากการรุกเจาะตลาดเชิงลึกและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 2.1% ในปีก่อน
ด้านแผนการลงทุนขยายธุรกิจของบริษัทฯ นั้น นายวิสิษฐ กล่าวว่า บริษัทเตรียมลงทุนต่อเนื่อง มูลค่า 5,300 ล้านบาท ในโครงการที่กำหนดไว้ตามแผน เพื่อเติบโตรายได้ ยกระดับผลิตภาพ และปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย โดยทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์ผลตอบแทนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีอัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRRs) ที่คาดหวังในระดับสองหลัก และมีระยะเวลาคืนทุนเป็นไปตามกรอบการลงทุนที่เข้มงวดของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังพิจารณาโอกาสการเติบโตจากภายนอกที่เหมาะสม (selective inorganic opportunities) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรและช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากดีลควบรวมกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์
สำหรับความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ เบทาโกรสามารถคว้ารางวัล Highly Commended Sustainability Awards จากเวที SET Awards 2025 และได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2025 ในระดับสูงสุด AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่สองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงการเดินหน้าบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงาน การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
“เรากำลังสร้างเบทาโกรให้แข็งแกร่งขึ้นและมียุทธศาสตร์มากขึ้น ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและวินัยทางการเงิน สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ การสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุน และการสร้างมูลค่าในระยะยาว” นายวสิษฐ กล่าว





ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด