MENU

EGCO กางแผนปี 69 ทุ่มงบลงทุน 3 หมื่นล้าน เล็งปิดดีล M&A โรงไฟฟ้าก๊าซ - พลังงานหมุนเวียนสหรัฐฯ

 11 มี.ค. 2569 00:00

บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) กางแผนธุรกิจปี 69 ภายใต้กลยุทธ์ “POWER 4” เดินหน้าปั้นพอร์ตไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตอย่าง “มั่นคง สมดุล และยั่งยืน” เล็งทำ M&A โรงไฟฟ้าก๊าซฯ และพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐฯ คาดสรุปความชัดเจนได้ภายในปีนี้ ขณะที่สงครามตะวันออกกลางกระทบในวงจำกัด บริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจากการกระจายการลงทุนที่หลากในทุกธุรกิจ


นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ๆ ทำให้เราต้องมีความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดย EGCO ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ “POWER 4” ซึ่งประกอบด้วยภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่


• Profitability and Performance Energizing เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ


• Power and Energy-related Focus เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจ Data Center ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง


• Portfolio Optimization บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Asset Recycling ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคต รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในสหรัฐอเมริกา


• Proactive Organization Excellence ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการทำงานเชิงรุกด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “POWER 4” แล้ว ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์ร EGCO จะขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL” หนึ่งเดียวเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำงานเป็น Teamwork ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรเชิงรุก มุ่งสร้างเป้าหมายร่วมกัน พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามกรอบESG เพื่อความยั่งยืนขององค์กรและผลตอบแทนในอนาคต


ในปี 2569 EGCO เตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจาก การแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่าน การลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจ Data Center

โดยในปี 69 บริษัทวางแผนเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจก๊าซและพลังงงานหมุนเวียนในสหรัฐ 2 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ในปีนี้ที่ตั้งไว้จะใช้รองรับในการทำดีลM&A ซึ่งสัดส่วน 50% เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และที่เหลือเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงิน หลังจากปิดดีลได้แล้วคาดบริษัทจะสามารถทยอยรับรู้รายได้เข้ามาทันที

นอกจากนี้ EGCO ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 ทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจ Data Center และ AI ในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group


สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับ กฟผ. (SPP) 10 โครงการ และ PPA กับ กฟภ. (VSPP) 1 โครงการ คาดว่า PPA ทั้งหมดจะลงนามเรียบร้อยภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 2570 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571 - 2573


นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้น EGCO ยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply : IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในพื้นที่นิคมฯ ในอนาคตอีกด้วย


สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ EGCO ใน “ระดับที่จำกัด” เนื่องจากโครงการที่มี PPA ค่าเชื้อเพลิงมีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า (Off-taker) ในขณะที่โครงการ ที่ขายไฟฟ้าใน Pool Market ค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอและมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก รวมทั้งบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional) และธุรกิจอื่นๆ ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง EGCO ยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่พื้นฐานของ EGCO ยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ


“EGCO เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ “POWER 4” จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ และมีความเชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทน ที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป” นายธวัชชัย กล่าว