MENU

ตลท. ผนึกกำลังหนุนองค์กรไทยใช้มาตรฐาน ISSB ขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการ

 13 มี.ค. 2569 00:00

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดสัมมนา SET Sustainability Forumครั้งที่ 1/2026 ภายใต้หัวข้อ “Board & CEO Dialogue – Turning ISSB Standards into Strategic Resilience” ในวันที่ 12 มีนาคม 2569


ทั้งนี้เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนมาตรฐาน International Sustainability Standards Board (ISSB) ให้เป็นมากกว่ากรอบการรายงานข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ บทบาทของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนความยั่งยืน การแปลงมาตรฐาน ISSB ให้เป็นความได้เปรียบทางการแข่งขัน ตลอดจนการยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ESG ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ลงทุน


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ESG เป็นปัจจัยที่ผู้ลงทุนทั่วโลกใช้ในการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน มาตรฐาน ISSBไม่ใช่เพียงเรื่องของการรายงาน แต่เป็นวาระเชิงกลยุทธ์ขององค์กร บทบาทของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทำหน้าที่เป็น Trusted Gateway ในการเชื่อมบริษัทไทยกับมาตรฐานสากลและความคาดหวังของผู้ลงทุนทั่วโลก เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวปาฐกถาพิเศษ "Building Trust and Powering Sustainable Growth in Thailand’s Capital Market" ว่า “การเปิดเผยข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือต้องเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์และการกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ของคณะกรรมการบริษัท เพราะความยั่งยืนในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการจัดทำรายงาน แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสในระยะยาวของธุรกิจ มาตรฐานISSBจึงเป็นภาษากลางของตลาดทุนโลกในการสื่อสารข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนและเปรียบเทียบได้”


นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล อุปนายก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า “ปัจจัยด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะสภาวะภูมิอากาศ จะเป็นความเสี่ยงยิ่ง ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตของบริษัทในระยะยาวทั้งในด้านฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขัน”


นางวารุณี ปรีดานนท์ กรรมการและประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี

ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐาน ISSB ว่า “ความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจเป็นเรื่องเดียวกัน และความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้นได้จากการเปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญอย่างโปร่งใสให้ต่อผู้มีส่วนได้เสีย”


นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากร 3 ท่าน ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน ESG ในองค์กร ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับมาตรฐาน ISSB กับการสร้างมูลค่าองค์กรในระยะยาวและการตัดสินใจลงทุน ได้แก่ 1. From ISSB Standards to Commitment and Action โดยนางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) กล่าวว่า “สำหรับ TEGH ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเรื่องของการรายงาน แต่คือการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาว มาตรฐาน ISSB ช่วยให้เรามองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นระบบ และแปลงข้อมูลเหล่านั้นไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจจริง ความสำเร็จของความยั่งยืนจึงไม่ได้อยู่ที่รายงาน แต่อยู่ที่การที่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นวาระสำคัญขององค์กร พร้อมกำกับดูแลและรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในระยะยาว”


2. From ISSB Standards to Long-term Value Enhancement โดยนายวชิระชัย คูนำวัฒนา Chief Sustainability Officer บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ระบุว่า “มาตรฐานISSBไม่ใช่เพียงการเปิดเผยข้อมูล แต่เป็นกรอบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและตลาดทุน”


3. From ISSB Standards to Investors Perspective โดยนางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ. กสิกรไทย กล่าวว่า “สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องการเห็นคือการเชื่อมโยงประเด็นความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจและข้อมูลที่แสดงผลกระทบต่อตัวเลขทางการเงินที่ชัดเจน มากกว่าตัวรายงานความยั่งยืนที่มีการเปิดเผยข้อมูล แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับทิศทางการดำเนินงานได้”


นางรัตน์วลี อนันตานานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวปิดท้ายว่า สิ่งที่สำคัญนับจากนี้ ไม่ใช่คำถามว่า “มาตรฐานกำหนดให้ทำอะไร” แต่คือ “คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงต้องทำอะไรต่อจากวันนี้” การตั้งคำถามของคณะกรรมการจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของการบริหารความเสี่ยงหรือสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ ขณะที่คุณภาพของข้อมูลESGจะเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนให้คุณค่า ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้เปลี่ยนผ่านได้อย่างมั่นคง และใช้มาตรฐานนี้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ได้จริง