MENU

พร้อมยืนเคียงข้างคนไทย กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังร่วมกิจกรรม ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’

 17 มี.ค. 2569 00:00

กลุ่ม ปตท. ร่วมแสดงพลังในกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ณ Synergy Hall อาคาร EnCO ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน นำโดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และเหล่าขุนพลจากหน่วยงานด้านพลังงาน เพื่อรวมพลังแสดงจุดยืนและขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์พลังงานระดับชาติ มุ่งมั่นยกระดับการใช้พลังงานของไทยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดท่ามกลางพายุวิกฤตพลังงานโลก


ในวันที่กระแสความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องเผชิญ กระทรวงพลังงานได้จุดพลุแคมเปญ “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” เพื่อเป็นเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ โดยได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เร่งด่วนในการลดใช้พลังงานตามเป้าหมายของภาครัฐ


ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจและประชาชนในการประหยัดพลังานด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27 องศาเซลเซียส การทำงานแบบ Work From Home และการใช้มาตรการช่วยเหลือผ่านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเพื่อลดภาระค่าครองชีพและเสริมสภาพคล่องด้านสินเชื่อพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.


ท่ามกลางมาตรการระดับประเทศนี้ นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญและดำเนินมาตรการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน ทั้งในพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมทั้งยกระดับการบริหารจัดการพลังงานขึ้นไปอีกขั้นด้วยการผสานเทคโนโลยีและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น


ปตท. ไม่เพียงแต่ดำเนินตามนโยบายรัฐในการปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น การกำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศสำนักงานที่26 องศาเซลเซียส การสนับสนุนการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น หรือแม้แต่การปรับวัฒนธรรมองค์กรด้วยการงดผูกเนคไทและสวมสูทเพื่อลดการใช้ความเย็น แต่หัวใจสำคัญกลับอยู่ที่การ “ยกเครื่อง” กระบวนการผลิตและปฏิบัติการทั้งหมดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ขณะเดียวกัน ปตท. ได้มีการนำนวัตกรรมมาเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งการติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ปฏิบัติการ การเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นรุ่นประหยัดพลังงาน และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ PTT Energy Platform เข้ามาบริหารจัดการพลังงานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังต่อยอดไปสู่การจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ปตท. ยังขยายความช่วยเหลือไปสู่ภาคประชาชนผ่านบริษัทในเครืออย่าง โออาร์ (OR) ที่เปิดศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กสภาพฟรีถึง 35 รายการ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มสมรรถนะและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในระยะยาว การขยับตัวของกลุ่ม ปตท. ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตอบรับนโยบายเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤตไปได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน