
“โกลเบล็ก” มอง SET ยังผันผวน แม้การเมืองไทยชัดเจน สงครามตะวันออกกลางปัจจัยหลักกดดันเศรษฐกิจโลก
23 มี.ค. 2569 00:00
บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนี SET แกว่งตัวในกรอบ 1,400 – 1,450 จุด แม้การเมืองไทยมีความคืบหน้าหลังโหวต "อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ตลาดยังจับตาปมบัตรเลือกตั้ง ขณะที่สงครามตะวันออกกลางยังเดือดเสี่ยงดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ ซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกและท่องเที่ยวไทย และ FED อาจเลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี 70 ท่ามกลางความผันผวนแนะลงทุนหุ้นอานิสงส์พลังงานแพงทั้งทางตรงและทางอ้อม ชู BANPU – LANNA – AGE - BBGI – PCE - SMO
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางดัชนี SET มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,400 - 1,450 จุด แม้ภาพรวมจะได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากความชัดเจนทางการเมืองภายในประเทศ ภายหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 293 เสียงเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกสูญญากาศทางการบริหาร และกำลังเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่คาดจะมีความชัดเจนในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เสร็จสิ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลแฝงอยู่จากประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยกรณีรูปแบบบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจต้องใช้เวลาติดตามความชัดเจนอีกราวหนึ่งเดือน
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุโจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในกาตาร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานโลก โดย QatarEnergy ระบุว่ากำลังการส่งออกก๊าซ LNG อาจหายไปถึงร้อยละ 17 ในช่วง 3 - 5 ปีข้างหน้า แม้ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่ากำลังพิจารณา "ปิดฉาก" ปฏิบัติการทางทหาร เพราะบรรลุวัตถุประสงค์หลักแล้ว แต่อิสราเอลยังยืนยันที่จะยกระดับการโจมตีต่อไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการที่สงครามในตะวันออกกลางไม่จบเร็ว ดันให้ราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วง 1 - 3 เดือนข้างหน้า กระทบ GDP ไทย 0.2 - 0.7% ดันเงินเฟ้อสูงขึ้น ทั้งนี้การที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลกกดดันให้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ยากขึ้น โดยเครื่องมือ FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนเริ่มมองเห็นโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED จะปรับลดดอกเบี้ยช้าลงไปจนถึงช่วงกลางปี 2570 สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งในด้านตลาดแรงงาน แต่กลับส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างหนักในภาคอสังหาริมทรัพย์
ท่ามกลางมรสุมต่างๆ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย เหลือ 205,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและช่วยหนุนความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ
ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตาอยู่ที่รายงานเศรษฐกิจสำคัญในประเทศ อาทิ สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์จะรายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศ ณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเตรียมแถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเผยแพร่รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภูมิภาค และดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ส่วนวันที่ 31 มีนาคม ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย และในสัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมจะประกาศดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สำหรับปัจจัยต่างประเทศ วันที่ 23 มีนาคม สหรัฐฯ จะรายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนกุมภาพันธ์ ต่อด้วยวันที่ 24 มีนาคม ญี่ปุ่นจะเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือนมีนาคม ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปจะรายงานดัชนี PMI เช่นกัน สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ ผลิตภาพและต้นทุนแรงงานต่อหน่วยไตรมาส 4/68 และดัชนี PMI เดือนมีนาคม วันที่ 25 มีนาคม ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเปิดเผยรายงานการประชุม และสหรัฐฯ จะรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 4/2568 ราคานำเข้า – ส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น BANPU, LANNA และ AGE รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทนและสินค้าเกษตรแปรรูปอย่าง BBGI, PCE และ SMO




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด