MENU

กลุ่มปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศ เปิดข้อมูล Supply Chain อย่างโปร่งใส

 26 มี.ค. 2569 00:00

กลุ่มปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ทั้ง "TOP - PTTCG - IRPC" เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง


บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วยโรงกลั่นของบริษัท Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (PTTGC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC) เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง


จากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้น


น้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยเป็นการส่งออกไปยังประเทศพม่าและลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานไฟฟ้า ทั้งในแง่การซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตเข้าระบบสายส่ง และก๊าซธรรมชาติเพื่อให้โรงไฟฟ้าในประเทศผลิตกระแสไฟฟ้า


เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตของโรงกลั่นจากระดับปกติประมาณ 250 ล้านลิตร เหลือประมาณ 220 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณต่ำที่สุดที่โรงกลั่นสามารถดำเนินการได้ และใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด


ในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station ของ OR เปิดให้บริการครบทุก 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทาง รถบรรทุก ท่อส่ง และเรือ อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ่งได้เพิ่มรอบการขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมัน


ข้อมูลการจำหน่ายของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลให้กับสถานีบริการเพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติ


ในบางช่วงเวลาอาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมงเกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ซึ่งทีมขนส่งกำลังเร่งเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้จัดสรรน้ำมันดีเซลให้แก่ผู้ค้าส่ง (Jobber) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระจายน้ำมันไปยังผู้ใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยในภาวะปกติกลุ่ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันให้ Jobber ประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน และหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้เพิ่มการจำหน่ายกลับมาใกล้ระดับปกติที่ประมาณ 4.94 ล้านลิตรต่อวัน โดยกำหนดราคาขาย Jobber เท่ากับราคาขายที่หน้าสถานีบริการในพื้นที่


กลุ่ม ปตท. ยังได้บริหารจัดการการขนส่งน้ำมันผ่านหลายช่องทาง เพื่อให้สามารถกระจายน้ำมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนการขนส่งของโรงกลั่นกลุ่ม ปตท. แบ่งเป็น


• รถบรรทุกประมาณ 47% ของการขนส่งของโรงกลั่น


• การขนส่งทางเรือประมาณ 25% ของการขนส่งของโรงกลั่น


• การขนส่งผ่านท่อส่งประมาณ 28% ของการขนส่งของโรงกลั่น


พร้อมกันนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอด Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การกลั่น การจัดเก็บในคลัง การขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถติดตามการไหลของน้ำมันในระบบได้อย่างชัดเจน โดยมีการรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง


ภายใต้สถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลุ่ม ปตท. ยังคงเดินหน้าจัดหาน้ำมันดิบจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าประกันภัยจะปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ


กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่าจะดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการ Supply Chain อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย