MENU

จากนักบิน สู่พนักงานคาร์โก้ “โบ๊ท-นวพงษ์” ชีวิตที่มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน

 26 ก.พ. 2564 00:00

“ผมเคยขึ้นถึงจุดสุงสุด และลงสุด เงินเดือน 250,000 เลขศูนย์หายไปตัวนึง ก็มีความสุขได้ ถ้าเราทำอะไรที่ใกล้ ๆ กับเครื่องบิน”




นั่นคือคำกล่าวของ “โบ๊ท-นวพงษ์ วัฒนสุทธิสาสน์” คนหนุ่มที่โลดแล่นอยู่บนเส้นทางการบินมายาวนานกว่า 20 ปี ด้วยการเป็นสจ๊วตอยู่การบินไทย 14 ปี ก่อนที่ความฝันในการเป็นนักบินจะทำให้มุ่งมั่นพยายาม ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย จนสำเร็จได้เป็นนักบินที่สายการบิน AAA (Asia Atlantic Airlines)

อย่างไรก็ตาม เมื่อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด งานการบินก็หยุดชะงักอย่างที่ทุกคนรับรู้ แต่ด้วยความที่ใจรักในเครื่องบิน ทำให้เขาค้นหาจนพบกับ “คำตอบที่ใช่” ว่าเขาจะทำอะไรในช่วงที่ไม่ได้นั่งเก้าอี้นักบินเช่นเดิม ซึ่งนั่นก็คืองานคาร์โก้ (ส่งสินค้าออกต่างประเทศ) ซึ่งทำให้เขายังคงได้ใกล้ชิดกับเครื่องบินที่เขารัก


ปัจจุบัน “โบ๊ท-นวพงษ์” นั่งทำงานในตำแหน่ง Marketing Executive ของบริษัท Awot Global Logistics (Thailand) พร้อมมีส่วนในการบุกเบิกงานด้านคาร์โก้ แม้ว่าเงินเดือนจะเทียบไม่ได้กับตอนเป็นนักบิน แต่ก็อย่างที่เขาบอก การอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขในยุคโควิด นี่คือสุดยอดแล้ว และเขาก็ค้นพบกับความสุขนั้นเรียบร้อยแล้ว...

...................................................................

*“ถ้าไอ้โบ๊ททำได้ ทุกคนก็ทำได้”*

...................................................................

“เพื่อน ๆ ของผม มักจะพูดว่า ถ้าไอ้โบ๊ททำได้ ทุกคนก็ทำได้” หนุ่มนักบินหัวเราะร่วน หลังจบประโยคนี้ ก่อนจะเล่าย้อนถึงวัยเยาว์ ที่นอกจากเขาจะเป็นเด็กที่ไม่มีความฝันอะไรแล้ว เขายังเป็นเด็กหลังห้อง เรียนไม่เก่ง

“แต่เราชอบวิชาภาษานะ ทั้งอังกฤษและจีน เรียนเลข เรียนไม่ได้เลย แต่สุดท้าย พอได้มาทำงานเป็นสจ๊วต ผมก็คิดว่า เฮ้ย การที่เราเรียนไม่เก่ง มันเป็นเพราะว่าเราไม่ชอบสิ่งนั้นนี่ เออ เราไม่ได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ เราหาตัวเราไม่เจอ กฎเกณฑ์ที่ฟิกไว้สมัยก่อน คือ จบ ม. 6 ส่วนใหญ่ก็ต้องเข้ารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือไม่ก็นิติศาสตร์ แต่ถ้าผมไม่ชอบสามอย่างนี้เลย ผมจะไปเป็นอะไร สิ่งที่คิดออกตอนนั้น พ่อแม่ก็บอก งั้นไปเรียนบริหารละกัน เรียนนิเทศอะไรแบบนั้น เราก็เข้าไปเรียนจนมันจบ แต่สุดท้าย เรามา Find Out จริง ๆ เรารู้ว่าเราชอบอะไร ตอนอายุ 33


“แต่ตอนแรก อาชีพนักบินก็เป็นอะไรที่เกินเอื้อมมากสำหรับคนอย่างผม เพราะว่าจบมาด้วยเกรดเฉลี่ย 2.2 แต่พอมีโอกาสได้ทำ ตั้งใจกับมันจริง ๆ ผมเพิ่งมารู้ว่า ถ้าตั้งใจในอะไรที่ชอบ มันจะทำได้ดี”

หนุ่มนักบินกล่าวย้ำว่า คนเราต้องมีกำลังใจ และเขาก็เชื่อในเรื่องของการมีกำลังใจ เชื่อในพลังของการทำสิ่งที่รักแล้วจะสำเร็จ

“คือถ้าเด็กเรียนไม่เก่ง แล้วได้ไปมาแล้วทั่วโลก ทุกทวีปเลย อย่างผม ได้ขับเครื่องบิน คือถ้าผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้ ผมไม่ได้เก่งอะไรเลย มันอยู่ที่เรามีกำลังใจหรือเปล่า”


*ส่วนที่ 3 ของเครื่องบิน “โอกาสในวิกฤต”*

ขณะที่เครื่องบินกำลังพาเขาเข้าประเทศนั้นออกประเทศนี้ จากสนามบินนั้นไปสนามบินโน้น อยู่ ๆ ก็เหมือนมีคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าใส่ ทำให้ “การบิน” เกิดสะดุดหยุดชะงัก เหมือนหลาย ๆ กิจการที่ต้อง Stop เพราะพิษไวรัสโควิด-19

“พอเกิดโควิดขึ้นมา Aviation Business พังทลาย ผมบินต่างประเทศอยู่แล้ว รูทต่างประเทศ ไม่ได้บินในประเทศเลย เมื่อก่อนบินนาริตะ บินซัปโปโร บินบาหลี คือรูทท่องเที่ยวอ่ะครับ พอเกิดโควิด ก็มีปัญหา ผมก็เครียดนะ หลายเดือนเลย”

โบ๊ทก็เหมือนคนทำงานสายการบินอีกหลายราย ที่ต้องดิ้นรนหลังจากพักงาน เพื่อเลี้ยงตัวเองต่อไปได้ แต่สุดท้าย เขาก็สรุปกับตัวเองว่า เขารักเครื่องบิน แล้วมีอะไรบ้างล่ะที่จะทำให้เขายังคงอยู่กับเครื่องบินได้ในสถานการณ์อย่างนี้

ผมแบ่งเครื่องบินออกเป็น 3 ส่วนนะครับ ส่วนแรกคือ Passenger คือเคบินที่เสิร์ฟอาหาร ได้นั่งพักผ่อน ส่วนที่ 2 Cockpit คือหัวเครื่องบิน ควบคุมเครื่องบิน เกี่ยวกับ Mechanic ทั้งหมด ส่วนที่ 3 คือใต้ท้องของเครื่องบิน ซึ่งใต้ท้องเครื่องบินนี่ มันคือธุรกิจ มันคือโอกาส มันคือการสร้างอาชีพอีกเยอะแยะมากมายเลย ซึ่งได้แก่ธุรกิจคาร์โก้ (ส่งของไปต่างประเทศ) ซึ่งพอผมได้ไปเจอรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งอยู่ในแวดวงคาร์โก้ แกก็ให้โอกาส แล้วก็มีบริษัทนี้ (เอวอท) มาให้โอกาส ผมก็มาสัมภาษณ์ แล้วก็บอกนายว่า ผมอยากเรียนรู้ด้านนี้ นายก็ถามว่า ถ้าคุณอยากเรียนรู้ด้านนี้ คุณรับงานนี้ได้มั้ย หนักนะ ผมก็ตอบว่า เอ๊ย หนักผมก็ลุย ท่านก็ให้ไปเข้าคอร์ส เบสิก คาร์โก้ เทรนนิ่ง ที่การบินไทย


“พอเราได้ไปเข้าคอร์สที่นั่น 5 วัน มันเหมือนเปิดโลกของผมเลยนะ ยิ่งพอได้เข้ามาเรียนรู้งาน ได้เข้ามาทำงานจริง ๆ เราก็พบว่า จริง ๆ เมืองไทยมันเป็นฮับ หลาย ๆ ประเทศ เวลานำเข้าส่งออก จะต้องผ่านประเทศเรา นี่ยังไม่รวมถึงการที่ประเทศเราเป็นอู่ข้าวอู่น้ำด้วย คือเราสามารถผลิตอาหารเองได้ แล้วเราก็ส่งออกไปต่างประเทศได้”

หนุ่มนักบินกล่าวเพิ่มเติมว่า คาร์โก้ที่เขามีส่วนร่วมในการบุกเบิกกำลังเกิดเป็นรูปเป็นร่าง โดยมีเครื่องบินที่พร้อมให้ความร่วมมือแล้วประมาณ 4 ลำ... “ก่อนหน้านี้ ผมไปทำอะไร ๆ มาแล้วประมาณ 8-9 อย่าง ทั้งขายหมูปิ้ง ช่วยน้องสาวจัดอีเวนต์ แต่ชอบอันนี้ที่สุดเลย” หนุ่มนักบินผู้หลงรักเครื่องบิน กล่าวด้วยรอยยิ้ม


*อยู่กับปัจจุบัน*

“ของทุกอย่าง มันมีอดีต ปัจจุบัน อนาคต ผมว่าตอนนี้อย่าเพิ่งมองอนาคตเลยดีกว่า เมื่อก่อนเรามองอนาคต ตอนนี้เราอยู่กับปัจจุบัน แต่เราก็ไม่อยู่กับอดีตนะ เพราะว่าถ้าอดีตมันดี เราก็ยิ่งขมขื่น แต่ถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน เราทำสิ่งที่เรารักได้ ชีวิตมันก็มีความสุขนะ ผมใช้เวลาปรับตัวประมาณเดือนนึงน่ะ ทุกอย่างมันก็โอเค”

จากวันที่พักงานจากการบิน จนถึงวันที่ตัดสินใจหอบใบนักบินไปยื่นสมัครงาน “โบ๊ท นวพงษ์” บอกว่า เขาไม่รู้สึกเสียศักดิ์ศรีอะไรเลย ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกมีความสุขในทุก ๆ วันด้วยซ้ำ

“เมื่อก่อน ชีวิตสจ๊วตการบินไทย ชีวิตนี่สุดยอดเลย ผมไม่เคยได้รับความหรูหราอะไรขนาดนั้น ในหนึ่งเดือน บินปารีส บินญี่ปุ่น บินซิดนีย์ บินเกาหลี โอ้โห สุดละ แล้วนอนก็ไม่นอนโรงแรมแอร์พอร์ตอะไรนะ นอนโรงแรมห้าดาว อย่างไปอินเดีย ก็นอนโรงแรมเคมปินสกี้ อย่างกับวัง มีชีวิตที่ดีจริง ๆ แต่มันก็เหนื่อย รับผิดชอบเยอะ ก็เครียดอยู่ เพราะมันไม่มีงานไหนที่จ่ายเงินเดือนเยอะแล้วสบาย แต่เราก็ทะเยอทะยานไขว่คว้า”


อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่ไม่ได้บินเพราะพิษโควิดอย่างทุกวันนี้ เขาก็ไม่ได้ขมขื่นหรือโหยหาอะไร เพราะเคลียร์ใจตัวเองได้

“ตอนนี้ก็กลับมาใช้ชีวิตธรรมดาแบบมีความสุข ผมพูดกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ หลายคนว่า เวลาผมตื่นนอนมา ผมใช้ชีวิตง่าย ๆ เลย ผมจะมีความสุขกับความทุกข์ แล้วได้กินกาแฟอร่อย ๆ ขึ้นไปบนออฟฟิศแล้วได้กดกาแฟที่บริษัท ผมได้บวกหนึ่งแล้วนะ เอ๊ย งานเครียด เหลือศูนย์ละ ทำไงดี เอ๊ย กลางวันกินอะไรดี อยากกินก๋วยเตี๋ยว ก็ออกไปกิน ผมบวกอีกหนึ่งละ ทำอะไรก็ได้ให้มันเบสิก ให้ได้บวก

“เราอาจไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จอะไรในตอนนี้ แต่เราตื่นมาแล้วเรามีความสุข ซึ่งในโลกที่มีโควิด มันยากมากเลย ในช่วงที่ยังปรับตัวไม่ได้ ผมตื่นมา ผมมีความทุกข์ทุกวันเลย แต่ทุกวันนี้ ผมตื่นมา คนนั้นก็โทรมา คนนี้ก็โทรมา เดินเข้าไปหาเจ้านาย หาเพื่อน ๆ ก็โอเค คือการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างจากตัวเองได้ล้วน ๆ เลย ทำในสิ่งที่ชอบ แต่ใช้เวลาสักพักนะครับในการหาสิ่งที่ชอบ หลังจากนั้น ค่อย ๆ มาดูตัวเอง ค่อย ๆ มาดูรอบตัว ว่าเราอยากไปในทิศทางไหน สตาร์ทสิ่งที่ไม่ต้องใหญ่”

หนุ่มนักบินกล่าวทิ้งท้าย ก่อนขอตัวออกไปคุยงานต่อ รอยยิ้มของเขาตลอดการสนทนาและลาจาก พูดแทนได้เป็นอย่างดีถึงความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของชายหนุ่มคนนี้