MENU

‘ฮันโซฮี’ จากเงินเริ่มต้นเดินทางตามฝัน 8 พันบาท สู่นักแสดงระดับตัวแม่แห่งแดนกิมจิ

 15 ม.ค. 2567 00:00

"Gyeongseong Creature" หรือ สัตว์สยองกยองซอง ซีรีส์เรื่องใหม่จากทาง Netflix ที่เป็นกระแสพูดถึงไปทั่วโลกโซเชียล ไม่ว่าจะจากความสนุกลุ้นระทึก การเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ หรือเหล่านักแสดงดังที่อัดเข้ามาอย่างคับคั่ง แต่คนที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องเห็นจะหนีไม่พ้น “ฮันโซฮี” ในบทยุนแชอ๊ก นักแกะรอยสาวมาดเท่ ที่เก่งรอบด้าน ทั้งสืบสวน ปลอมตัว หรือการต่อสู้ระยะประชิด ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ “ฮันโซฮี” ให้มากกว่านี้กัน

ฮันโซฮี หรือชื่อเดิมว่าอีโซฮี เธอเป็นชาวเกาหลีใต้ เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ.1994 ปัจจุบันอายุ 29 ปี ฮันโซฮีเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางค่อนไปทางล่าง เธอถูกเลี้ยงดูโดยคุณยายเพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ที่เธออายุได้เพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้น ในตอนมัธยม ฮันโซฮีเรียนในสายศิลปะของโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนประจำจังหวัดอุลซาน ก่อนที่ความชื่นชอบในการแสดงของเธอ จะทำให้เธอย้ายสายมาเรียนการแสดงเต็มตัว จนเมื่อเรียนจบ เธอจึงย้ายไปอยู่ที่โซล สถานที่ที่ทำให้เธอเดินตามความฝันได้สำเร็จ


ฮันโซฮีย้ายจากเมืองอุลซานมาที่โซล ด้วยเงินติดตัวเพียง 300,000 วอน หรือราว ๆ 8,000บาท ส่วนค่าที่อยู่อาศัย คุณยายก็ช่วยออกให้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ทำให้เธอต้องทำงาน Part Time เป็นพนักงานเสิร์ฟ และเมื่อมีโอกาสก็จะไปแคสต์งานต่าง ๆ เสมอ ซึ่งทำให้เธอได้เข้าวงการครั้งแรกในปี 2016 จากการเป็นนางแบบและแสดงในมิวสิกวิดีโอเพลง “Tell Me What To Do” ของวง SHINee


ด้วยความที่ฮันโซฮีเป็นคนเรื่อย ๆ ชิลๆ และมีลุคเท่ ๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ชอบลายสัก เคยเจาะหู เจาะปาก แถมยังเคยสูบบุหรี่ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าวงการบันเทิง ฮันโซฮีจึงต้องปรับลุคใหม่ เลิกบุหรี่และลบรอยสักบริเวณแขนออก แต่เรายังคงเห็นความชื่นชอบในลายสักของเธอได้อยู่บ่อย ๆ จากการที่เธอมักใช้ Sticker tattoo ลอกน้ำ ถ่ายรูปลงโซเชียลอวดแฟน ๆ อยู่เป็นประจำ


ในปี 2017 ฮันโซฮีเดบิวต์งานแสดงครั้งแรกในซีรีส์เรื่อง Reunited Worlds และรับบทสมทบเรื่อยมาเพื่อพัฒนาฝีมือการแสดง ในซีรีส์เรื่อง Money Flower , 100 Days My Prince , After The Rain และ Abyssควบคู่กับการรับงานถ่ายแบบ เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ ขนม และเกมมือถือ ก่อนที่ในปี 2020 ฮันโซฮีจะได้รับบทบาทสำคัญ ที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลี กับการรับบทเป็น “ยอดาคยอง” เมียน้อยสุดสวยจากซีรีส์เรื่อง “A World of Married Couple”


“A World of Married Couple” เป็นซีรีส์ยอดฮิตที่ทำลายสถิติมากมายในเกาหลีใต้ ผลงานที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์อังกฤษอย่างDoctor Foster: A Woman Scornedมาปรับเปลี่ยนบริบทให้เข้ากับสังคมเกาหลี ซึ่งฮันโซฮีก็แสดงได้ดี เข้าถึงบทบาทมากซะจนผู้ชมหลายคนพากันเกลียดเธอไปด้วย แต่นั่นก็ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากหลาย ๆ เวทีอีกด้วย การแสดงครั้งนี้ เธอยังได้พบกับ “คิมฮีแอ” นักแสดงรุ่นใหญ่ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฮันโซฮีทุ่มเทกับการแสดงมากยิ่งขึ้นไปอีก แถมคิมฮีแอยังกล่าวชมฮันโซฮีอีกด้วยว่าเธอมีความสง่างาม และเป็นนักแสดงสาวที่มีพรสวรรค์


ก่อนที่ในปีถัดมา ฮันโซฮีก็พลิกบทบาทจากนางร้ายกลายเป็นนางเอกเต็มตัว กับซีรีส์เรื่อง “Nevertheless” ซีรีส์โรแมนติกในรั้วมหาลัย ที่ดัดแปลงมาจากWebtoonในชื่อเดียวกัน โดยฮันโซฮี รับบทเป็นยูนาบี สาวผู้ไม่เชื่อเรื่องความรัก แต่กลับอยากออกเดต ซึ่งนอกจากฮันโซฮีจะเป็นแฟนตัวยงของ Webtoon ต้นฉบับแล้ว เธอยังเป็นเด็กสายศิลป์เหมือนกันนางเอกในเรื่อง เลยทำให้เธอคุ้นเคยกับทีมงานฝ่ายศิลป์ในเรื่องได้ง่าย เข้าใจเรื่องอุปกรณ์และขั้นตอนการทำงานของศิลปิน แถมยังมีส่วนร่วมในการออกแบบฉากห้องของนางเอก ที่ตามผนังห้องยังมีผลงานศิลปะที่ฮันโซฮีเป็นคนวาดเองอีกด้วย


และในปี 2021 กับการรับบทที่จริงจังมากกว่าครั้งไหน ๆ ในซีรีส์ล้างแค้นสุดมันอย่าง “My Name” ที่ฮันโซฮีมารับบทเป็นจีอู หญิงสาวที่ต้องแทรกซึมเข้าไปในแก๊งอาชญากร และสืบหาตัวคนที่ฆ่าพ่อของเธอ ก่อนจะเกิดเป็นฉากแอ็คชั่นมากมายตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งทำให้ฮันโซฮีต้องออกกำลังกาย ฝึกฝนการต่อสู้นาน3เดือน และต้องเพิ่มกล้ามเนื้อถึง 10 กิโลกรัม เพื่อให้การรับบทครั้งนี้ออกมาสมจริงมากที่สุด โดยเธอเผยว่าแรงบันดาลใจของเธอก็คือหนังเรื่อง Atomic Blonde และ The Old Guardที่นำแสดงโดย ชาร์ลิซ เธรอน ทั้ง 2 เรื่อง


และล่าสุดในปี 2023 ที่ผ่านมา ฮันโซฮีก็กลับมารับบทสาวมาดเท่อีกครั้ง ในซีรีส์ไซไฟสัตว์ประหลาด-ย้อนยุคอย่าง "Gyeongseong Creature" ซีรีส์ที่ว่าด้วยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเข้ามายึดครองเกาหลี และกดขี่เอาเปรียบผู้คนสารพัด อีกทั้งยังมีการจับคนมาทดลองชีวภาพต่าง ๆ นานาจนเกิดเป็นอสุรกายน่าเกลียดน่ากลัว


จางแทซัง ที่รับบทโดยพัคซอจุน เจ้าของโรงรับจำนำที่ต้องทำภารกิจตามหาตัวหญิงสาวที่หายไป เขาเริ่มสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของทหารญี่ปุ่น แต่การทำภารกิจคนเดียวก็เหมือนจะยากเกินไป เขาจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากนักแกะรอยมืออาชีพอย่างยุนแชอ๊ก ที่รับบทโดยฮันโซฮี ที่ตัวเธอเองก็มีเป้าหมายในการตามหาตัวแม่ที่หายไปกว่า 10 ปีเช่นเดียวกัน ทั้งคู่จึงต้องร่วมมือกันออกตามหาความจริงของแผนการร้ายที่พวกจักรวรรดิญี่ปุ่นทำให้ได้ และเรื่องราวจะเป็นอย่างไรก็ตามดูได้ใน "Gyeongseong Creature" ซีซั่นแรกฉายจบแล้วทาง Netflix นั่นเอง


ที่มา :

https://www.herworld.com/gallery/life/entertainment/han-so-hee-facts/

https://kpopsingers.com/han-so-hee-profile-bio-facts/

https://www.tripzilla.com/fun-facts-about-han-so-hee/125577

https://www.preview.ph/culture/han-so-hee-bio-a2077-20210613-lfrm

https://forums.thefashionspot.com/threads/han-so-hee.398377/